รีวิว Wednesday ส่งต่อครอบครัวอดัมในแบบใหม่

เวนส์เดย์ กับ ธิง
สวัสดีครับวันนี้เราจะมารีวิว ซีรี่ย์ยอดนิยม เรื่อง Wednesday ที่หลายๆคนนั้นอาจจะได้ดูมาแล้ว เป็นภาพยนตร์ซีรีส์ที่ช่วงหนึ่งนั้น ขึ้นมาติด Top ใน netflix เลยก็ว่าได้ หลายคนน่าจะคุ้นเคยกับหนังครอบครัวประหลาด หรือแม้แต่การ์ตูนก็ยังมี โดยหนังนั้นได้เคยฉายครั้งแรกในปี 1991 ชื่อเรื่องว่า ตระกูลนี้ผียังหลบ และไม่นานมาก็ยังมีในฉบับ การ์ตูนอนิเมชั่น ออกมาให้ได้ชมกันอีกด้วยอย่าง The Adam Family ที่ล่าสุดน่ะพึ่งมีภาคต่อกันให้ได้รับชม แอดมันได้ไปดูในโรงภาพยนตร์มาความฮาแบบเต็มเปี่ยม และล่าสุดนั้นก็ได้มาเป็นในฉบับของ Series ให้พวกเรานั้นได้ติดตามกันต่อ เป็นสปินอ๊อฟที่จะพูดถึงเรื่องราวของลูกสาวในครอบครัวอดัม ที่ชื่อ Wednesday

รีวิว Wednesday ซีรีย์ติด Top netflix ยอดนิยม

ผลงานชิ้นเอกครั้งนี้มีผู้สร้างเป็น Alfred Gough และ Miles Millar แต่มันก็ยังไม่พลาดสำหรับบางตอนที่ได้กำกับโดย Tim berton โดยเรื่องราวในครั้งนี้เขาจะยิ้มเรื่องราวที่เรียกได้ว่าเป็นศูนย์กลางของ ครอบครัวอดัมเลยก็ว่าได้ เป็นเด็กสาวที่หลงใหลในชุดสีขาวดำหรือแม้แต่อะไรในชีวิตเขาก็จะเป็นสีขาวดำไปทั้งหมด แล้วเธอจะได้ย้ายไปโรงเรียนแห่งใหม่ที่ เจอริโค ที่ทั้งโรงเรียนนั้นมีแต่เด็กประหลาดไม่ใช่มนุษย์ เธอจะได้ค้นหาความจริงของเรื่องลึกลับต่างๆที่เกิดขึ้นภายในโรงเรียนและรอบโรงเรียนแห่งนี้

The Adam Family นั้นอาจเริ่มต้นด้วยเป็นการ์ตูนที่ใช้แรงบันดาลใจมาจาก ชีวิตคู่ที่มืดมน ของนักเขียนอย่าง ชาร์ลส์ แอดดัมส์ โดยมาเล่าเรื่องตลกร้ายที่เต็มไปด้วย ตัวละครสุดประหลาดหน้าตาหลอนๆ เหมือนหลุดมาจากโลกแห่งวิญญาณ แล้ววันฮาโลวีนยังไงยังงั้น และไม่ได้มีความเข้ากันเลยสักนิดกับโลกภายนอก แต่ก็ยังสามารถมารวมกันจนเป็นครอบครัวได้ความแตกต่างนี้จึงกลายเป็นจุดเด่น ที่น่าสนใจและทำให้เราอยากติดตาม และยิ่งเมื่อผสมผสานกับความตลกแบบของผู้ใหญ่ ที่พูดถึงการมองโลกในแง่ร้าย มาลงในคำพูดได้นั้นมันจึงเป็นมุกฮาๆ แบบหน้านิ่งๆ จนเรานั้นขำแบบแปลกๆ

สิ่งที่น่าสนใจนั้นก็คือ การออกแบบดีไซน์ของตัวละครต่างๆ เรียกได้ว่าเป็นโรคแฟนตาซีที่แปลกตาสุดๆ เรียกได้ว่าถึงเราจะไม่ชอบหรือว่าไม่ได้สนใจอะไรขนาดนั้น แต่ก็ยังมีความรู้สึกให้เราอยากหยุดดู นั่นจึงเป็นเหตุผลที่พอเอาอรรถรสแบบนี้มาทำเป็น series จึงมีคนให้ความสนใจเป็นอย่างมากมาย

Wednesday

เนื้อเรื่องย่อซีรีย์ Wednesday (อ่านได้ไม่มีสปอย)

ภาพยนตร์ซีรีส์เรื่องนี้ ได้เล่าเรื่องราวของ The Addams Family อย่างที่ทุกคนเข้าใจก็จริง แต่การดำเนินเรื่องและการเกิดปัญหาต่างๆนั้นมุ่งเน้นไปที่ตัวลูกสาวที่เป็นตัวเอกของเรา โดยเธอนั้นจะมีปากแซ่บเป็นพิเศษและเป็นผู้ที่มีพลังนิมิต อย่าง เวนส์เดย์ ที่เธอนั้นต้องย้ายโรงเรียนบ่อยครั้งเพราะวีรกรรมแต่ละอย่างนั้นแสบๆตลอด และล่าสุดพ่อของเธอชื่อ Gomez กับแม่ของเธอที่ชื่อมอร์ทีเซีย ก็ได้ตัดสินใจตกลงให้ Wednesday นั้นย้ายไปอยู่ Never More Academy โรงเรียนที่แม่ของเธอนั้นเคยเรียนมาก่อนและได้พบรักครั้งแรกกับพ่อของเธอที่นั่น

และมันเป็นโรงเรียนที่ผิดแปลกไปจากโรงเรียนทั่วไป เพราะเป็นศูนย์รวมของนักเรียนที่ ผิดแปลก นอกกรอบ และมีพลังวิเศษต่างๆกันไป และนั่นจึงแน่นอนที่ต้องมีโรงเรียนแยกออกมาเพราะว่า คงไม่มีใครอยากอยู่ใกล้คนที่มีพลังวิเศษและหน้าตาน่ากลัวใช่ไหมล่ะ และ เป็นโรงเรียนที่ไม่ค่อยมีใครอยากจะเข้าใกล้

โดยโรงเรียน Never More แห่งนี้นั้นได้ถูกดูแลโดย ลาริสซา วีมส์ เป็นเมจของแม่เธอที่คอยจับตาดูเธอทุกย่างก้าว แล้วได้พาเธอนั้นไปพบกับ  อีนิด ซินแคลร์ เมทผู้แสนสดใส ที่เป็นเผ่าพันธุ์ของมนุษย์หมาป่า และเว้นเด้นั้นได้เข้าเรียนด้วยความเป็นตัวเอง และไม่มีความเหมือนใคร เธอจึงไม่ค่อยแน่ใจว่าโรงเรียนใหม่ที่นี้จะเหมาะกับตัวเธอหรือเปล่า แต่แล้วเธอก็ได้พบกับเพื่อนใหม่แล้วได้พูดคุยกับเพื่อนหลายๆคน อย่างเช่น ศิลปินที่โคตรจิตตก เซเวียร์ท็อป หรือว่า เอแจ็กซ์ หรือแม้แต่ บิยังกา บาร์เคลย์ ที่จะไม่ค่อยลงรอยกันสักเท่าไหร่

อีกทั้งยังได้พบเจอกับเด็กหนุ่มต่างสถาบัน ที่ทำงานอยู่ที่ร้านกาแฟ เขาชื่อ ไทเลอร์ กัลพิน และ ยังมี ดร. วาเลรี คินบอท ที่เป็นหมอเชี่ยววชาญในด้านของจิตวิทยา ที่เธอนั้นต้องคอยไปหาเขาตามที่เขาสั่ง

Wednesday

การกำเนิดใหม่ของครอบครัวอดัมในปี 2022 ฉบับซีรี่ย์

ฝีมือจริงๆที่สามารถหาแนวทาง ทำให้ครอบครัวอดัมนั้น ได้เป็น wednesday ซีรีย์ ที่ยอดนิยม และเป็นที่น่าจับตามองสุดๆในยุคใหม่ ด้วยการที่เขานั้นกับตัวละครสำคัญอย่างลูกสาว ที่กำลังค้นหาตัวเองอยู่ และปฏิเสธทุกคนไม่ยอมรับคนรอบตัว จนเธอนั้นดูแปลกไปกว่าคนอื่นเลยด้วยซ้ำ ให้หมาเข้าเรียนโรงเรียนรวม จนได้พบกับเพื่อนต่างๆที่มีความผิดแปลกและนอกคอก และที่เป็นส่วนสำคัญเลยคือมีหลายเผ่าพันธุ์ด้วย ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์หมาป่า ไซเรน แวมไพร์ และแม้แต่อมนุษย์อีกมากมาย เรียกได้ว่าแค่การแต่งโครงเรื่องขึ้นมาใหม่ ก็นับว่าฝีมือสุดๆแล้วที่ทำให้ได้น่าติดตาม มากขนาดนี้

และแน่นอนว่าเป็นเรื่องราวของเด็กที่มีพลังวิเศษ และปัญหาต่างๆทางด้านจิตใจ ก็ทำให้อดนึกถึงภาพยนตร์ประเภทเดียวกันอย่าง ทไวไลท์ หรือ The New Mutants 2020 และด้วยรสชาติที่จะมีความน่าบันเทิง แล้วความตึงเครียดน้อยกว่า ผสมกับความตลกร้าย นายแบบผู้ใหญ่ และด้วยองค์ประกอบหลายๆอย่างนั้น

อย่างเช่น คุณครูที่ลึกลับ และปริศนาต่างๆของเรื่องเล่าในโรงเรียน หรือแม้แต่การที่ต้องชิงธงประจำปีภายในโรงเรียน ที่กล่าวขานว่า โพคัพ ในเผ่าพันธุ์ต่างๆ ก็อดให้นึกถึงตอนได้ดู Harry Potter ที่มักมีปมปริศนาหลายๆอย่าง ทั้งโลกและตัวละคร ที่น่าตื่นตาตื่นใจและมีความแปลกใหม่ที่ไม่ต่างกัน แต่มันดันมีความแตกต่างเพียงน้อยนิด คือในแบบของ โกธิคดาร์คแฟนตาซี ที่เป็นจุดเด่นตามสไตล์ของ ทิมเบอร์ตัน และนิสัยตัวละครรวมถึงบุคลิก ของนักแสดงนำ ที่ใครหลายคนไม่ค่อยคุ้นเคย มันจึงทำให้เรารู้สึกว่า มันโดดเด่นและมีความแปลกใหม่

และในขณะเดียวกันนั้น ความขัดแย้งของตัวละครภายนอกที่เป็นส่วนในการดำเนินเรื่อง ไม่ได้รู้สึกว่ามีความน่าเบื่อและดำเนินเรื่องได้อย่างช้าเกินไปเลย มีการใส่ปมปริศนาที่ทำให้เรานั้นรู้สึกอยากติดตาม ตั้งแต่ต้นแล้วพอดูจบทำให้เรานั้นอยากติดตามกันต่อไป ไม่ว่าจะเป็นการที่ Wednesday นั้นโดนลอบทำร้ายจากบุคคลลึกลับ แล้วปริศนาต่างๆของสมาคมลับโบราณ ที่แฝงตัวอยู่ในสถาบันศึกษาแห่งนี้ รวมถึงปีศาจร้ายในป่า ที่อาละวาดคอยสังหารผู้คน มันจึงกลายเป็นประเด็นหลักที่ทำให้ Wednesday นั้นต้องไขปริศนา โดยการที่เป็นนักสืบแบบไม่รู้ตัวเลย

รวมทั้งปัญหาด้านการพัฒนาการของตัวละคร ที่เปรียบเสมือนหนังรักของวัยรุ่น และปัญหาของสังคมที่ตึงเครียด โดยการผูกปริศนาต่างๆไว้มากมายให้เราได้สงสัย มันจึงทำให้คนดูนั้นรู้สึกตื่นเต้น และมีความหลากหลาย พอมารวมๆกันแล้ว เรารู้สึกว่ามันPerfect และกลมกล่อม มันจึงน่าติดตามสุดๆ

แล้วจุดเด่นเลยก็คือ ตัวบทของนักแสดงที่สนทนากัน เป็นปากต่อปากพูดกันแบบเชือดคอกันชัด ซึ่งในบางประโยคนั้นก็ทำให้เรารู้สึกช็อตไปสักครู่ และด้วยความยาวถึง 8 ตอน ของภาพยนตร์ซีรีส์เรื่องนี้ มันจึงเป็นการใส่เนื้อหาที่พอดีพอเหมาะ ไม่รู้สึกว่ามากหรือน้อยจนเกินไป จนทำให้เรานั้น สามารถดูซีรีย์ได้แบบรวดเดียวจบไปเลย โดยไม่รู้สึกว่ามีอะไรที่ทำให้ขัดใจ

Wednesday

ด้านการแสดงและตัวละครภายในเรื่อง

นอกจากการที่เลือก เว้นส์เดย์ ในการดำเนินเรื่องแล้ว เรียกได้ว่าเป็นการต่อยอดความสำเร็จที่โด่งดังของ คริสติน่า ริชชี  ที่เธอนั้นได้รับบทเป็นผู้หญิงรักสีขาวดำ ชื่อดังในเรื่องThe Adam Familyในปี 1991 ที่เธอได้สร้างความทรงจำให้กับแฟนๆด้วยคาแรคเตอร์ที่โดดเด่นได้อย่างยอด มันจึงเป็นปัญหาที่ทำให้เราต้องมาถกเถียงกันว่า

“ใครจะมารับบ่นของเธอใน wednesday ซีรีย์ ปี 2022 ล่ะ”

“ส่วนตัวคิดว่ามันคงยากที่จะหาคนรับบทนี้ได้แน่นอน”

แต่ว่ามันดันไม่เป็นอย่างที่คิด เพราะเราได้เจอแล้วคนหนึ่ง รางวัลที่ 1 ได้ไปออกที่ เจนนา ออร์เทกา นักแสดงที่มีผลงานยอดเยี่ยมมาจากช่องดิสนีย์ตั้งแต่เด็ก และได้รับบทหล่อต่างๆใน netflix ด้วย ซึ่งในช่วงหลัง ในวัย 20 ปีของเธอ ก็ได้มารับบทของนักเรียนสาวที่คาแรคเตอร์แปลกๆ จนทำให้เป็นห่วงสุดๆว่าเธอจะแบก Series เรื่องนี้ไหวหรือเปล่า เท่า แต่พอได้ดูจริงๆแล้ว ขอปรบมือให้ดังๆเลยว่า เธอเป็น MVP จริงๆ และที่ เจ้าตัวทิมเบอร์ตันเอง งั้นออกมาบอกว่าไม่มีใครสมบูรณ์แบบเท่าเธอแล้ว มันคงไม่ใช่เรื่องเกินจริงแต่อย่างใด

ซึ่งเธอนั้น มีจุดเด่นและสวยมีแววเฉิดฉายมากถึงแม้จะอยู่ในภาพยนตร์ เรื่อง Wednesday ที่ต้องรับบทเป็นคนที่แตกแยก และนิสัยไม่น่าคบ หน้าตานิ่งๆดูไร้อารมณ์ แต่ยังเป็นคนปากแซ่บอีกต่างหาก แต่ผู้ชมนั้นดันหลงรักเธอ ด้วยความน่ารักและความอ่อนโยนที่อยู่ข้างใน ถึงภายนอกนั้นจะดูหลอนยังกับหลุดมาจากโลก Halloween และคำพูดเธอน่าจะเอามือตบปากสัก 5 ที แต่ถึงให้พูดอย่างนั้นก็เถอะคงทำไม่ลง เรียกได้ว่าเธอเป็นคนที่แบกซีรีส์เรื่องนี้ไว้ ในฐานะของ นักแสดงนำที่รับบท เว้นส์เดย์ ได้อย่างแท้จริง

แต่ถึงจะพูดอย่างนั้น เราก็ไม่ได้บอกว่าตัวละครอื่น ในซีรีย์เรื่องนี้นั้นทำออกมาไม่ดีหรอกนะ และไม่ได้ตั้งใจจะบอกว่าไม่โดดเด่น ขอพูดกันตามตรงเลยว่า คู่หูรูมเมทของ เว้นส์เดย์ จะไม่พูดถึงก็คงไม่ได้อย่าง อีนิด ที่ได้รับบทสำคัญโดย เอ็มม่า ไมเยอร์ส ที่ทำให้ดึงดูดสายตาไม่แพ้กัน ในฐานะของขั้วตรงข้ามสลับสีกัน ในหลายๆด้าน ไม่ว่าจะเป็นความน่ารักและมีพลังงานในการเซ้าซี้ ที่ทำออกมาอย่างพอดี ไม่มากจนเกินไปจนทำให้คนดูนั้นรู้สึกว่ารำคาญ เธอจึงเป็นตัวละครที่น่าจดจำอีกตัวนึง ที่ตีคู่กับออร์เทกาเลยทีเดียว

และสิ่งหนึ่งที่น่าชื่นชมสุดๆคือ การเทียบเคียงเสียงระหว่าง ฉบับดั้งเดิม และฉบับเสียงของภาคไทย ทำให้เรารู้สึกอินไปตามๆกันว่าเสียงพากย์ไทยเข้ากับบุคลิกของตัวละคร จนรู้สึกว่าได้ดีกว่าเสียงของตัวละครต้นฉบับเสียอีก อันนี้เป็นเพียงแค่ความรู้สึกส่วนตัว โดยรวมแล้วซีรีย์เรื่องนี้ถ้าดูพากย์ไทย จะตรงกับคำพูดของต้นฉบับมากกว่าทางด้านของ ซับไทย ที่มีการใช้คำสมัยใหม่มากกว่าด้วย

ซีรีย์เรื่อง Wednesday มีการกระจายบทให้ตัวละครอื่นๆโดดเด่นไม่แพ้กัน

ถึงแม้ข้อมูลข้างต้นเราจะบอกไปว่า เธอสองคนที่เป็นนักแสดงโดดเด่น และเชิดฉายมากๆ แต่ยังมีอีกหลายตัวละคร ที่เป็นตัวละครลองหรือตัวละครสมทบต่างๆ ทำให้เรารู้สึกว่าเขาไม่ได้ถูกทอดทิ้ง แต่กลับกันดันมีพื้นที่ให้น่าจดจำเสียอีก ไม่ว่าจะเป็นบทของ ครูใหญ่ที่มีลักษณะน่าสงสัยและนิสัยแปลกๆ “แต่ก็ไม่เท่า Wednesday ล่ะนะถึงนิสัยอ่ะ”

ที่เราหมายถึงคือ วนดูลีน คริสตี ที่ได้แสดงซีรีย์ชื่อดังอย่าง Game of Thrones และ the sandman ที่ในครั้งนี้มารับบทที่แสนจะสำคัญและทรงพลังดุเดือด มีความน่ากังขา ไม่ต่างจากบทบาทของสเนป ที่อยู่ใน Harry หรือแม้แต่ครูพฤกษศาสตร์ รวมถึงครูประจำหอพักที่ โก๊ะเนริดรู้มาก ซึ่งได้ ริชชี่ ที่อดีตนั้นเคยรับบท เว้นส์เดย์ มาร่วมทำผลงานอีกต่างหาก เรียกได้ว่าเป็นตัวเลือกนักแสดงรุ่นใหญ่ที่ทำผลงานได้ดีเลยทีเดียว

ยังไม่พอเท่านั้นยังมีฝั่งของเด็กๆอีก ที่มี บียังกา ที่เธอได้รับเลือกให้เป็นราชินีของโรงเรียน เขาชื่นใจที่เอาเด็กผิวสี อย่าง Joy Sunday มารับบทได้แบบที่ไม่รู้สึกว่ามีความฝืนในบทนั้นๆ เหมือนที่ netflix ชอบทำให้คนผิวสีงั้นมาเล่นแบบผิดที่ผิดทางอยู่บ่อยๆ แต่ในขณะเดียวกันนั้นพระเอกหลักของเรื่อง และพระรอง ที่มีความเย่อหยิ่งแต่ว่ามีความเป็นห่วงนางเอก อย่าง Hunder doohan และก็ percy hynes White ที่ทำให้มีบรรยากาศของรักสามเศร้า ให้ผู้ชมอย่างเราได้เลือกเชียร์ฝั่งใดฝั่งหนึ่งอย่างสนุก

ลาริสซ่า วีมส์ ในเวนส์เดย์

สร้างเซอร์ไพรส์ให้แฟนๆแบบคาดไม่ถึง กับตัวละครสุดเจ๋ง

และที่เซอร์ไพรส์ที่สุดคงพลาดไม่ได้ คงเป็นการที่เปิดตัวนำเสนอ ธิง เรียกได้ว่าเป็นตัวละครสำคัญ ตัวนึงเลยก็ได้ถึงแม้จะเป็นแค่มือเดินได้ก็เถอะ แต่แน่นอนว่าเป็นแฟนเรียกร้องกันมาโดยตลอด ในครั้งนี้นั้นได้มาเป็นมาสคอตสุดน่ารัก ที่คอยติดตาม Wednesday ไปทุกที่แล้วอยู่ด้วยตลอดเวลา แต่ความเจ๋งมันไม่ได้แค่นั้น

คือสามารถแสดงความฮาและความดราม่าออกมาได้อย่างชัดเจน โดยที่ไม่ต้องพูดสักคำอ่ะ โคตรเจ๋ง ต้องปรบมือดังๆให้ไอเดียคนที่คิดแนวทางนี้เลย และต้องยกนิ้วให้ วิคเตอร์ โดโรบานตู อีกคนหนึ่ง

ธิง มือเดินได้

สรุปบทความ และ จุดเด่นจุดด้อยของ Series เพียงเล็กน้อยที่พอจะรู้สึกได้

จุดเด่น

จุดเด่นของเรื่องนี้ก็คงจะไม่พ้นเรื่องของโทนของ Series ที่มีความรู้สึกว่าเป็นโทนที่ดูดาร์กๆ หม่นๆ และมีความมืดมนสักนิดหน่อย แต่สามารถสอดแทรก มุกตลกฮาๆ ที่เป็นการตลกร้าย ตามแนวทางของผู้กำกับสายดาร์กอย่างทีมเบอร์ตัน ซึ่งเราจะสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายอันโดดเด่นของ charlie and the Chocolate Factory และ edward Scissorhands ที่อยู่ในภาพยนตร์ซีรีส์ติดท็อปเรื่องนี้ อีกทั้งยังมีเรื่องของคดีฆาตกรรมปริศนา จากสัตว์ประหลาด

ถึงแม้ว่าเรื่องราวจะดูอึมครึม แต่ในอีกมุมนึงก็จะให้เราได้เห็นถึง ความรักของสาวน้อย Wednesday ที่มืดมนเอาตรงๆไม่อยากจะเชื่อด้วยความที่เราติดตาม ผลงานของเธอตั้งแต่เด็กๆ จนปัจจุบันรู้สึกว่าเธอมีความรักกับเขาบ้าง ก็ทำให้เรารู้สึกประทับใจอยู่เหมือนกัน

และซีรี่ย์เรื่องนี้ยังตอบสนองความต้องการของผู้ชมที่ติดตาม ครอบครัวอดัมมาโดยตลอด โดยการยกทั้งครอบครัวมาให้เราได้ชมกันในฉบับของ 2022 ใน netflix ที่ใครก็สามารถดูได้

จุดด้อย

สิ่งหนึ่งที่รู้สึกได้เลยและเป็นเพียงความคิดส่วนตัวที่อาจจะรู้สึกไปคนเดียวก็ได้ wednesday addams ตอนที่1 ถึง 4 ชอบมากๆ แต่ประเด็นก็คือหลังจาก 4 ตอนแรก ที่เปลี่ยนผู้กำกับจาก ทีมเบอร์ตัน ไปเป็นผู้กำกับคนใหม่อย่าง แกนจามอนเทียร์โร่ และ เจมส์มาร์แชล มันจึงทำให้ผมรู้สึกว่าสิ่งที่เฉิดฉายและส่วนที่เป็นพลังความสดใหม่ของซีรีย์ ที่เคยเกิดขึ้นนั้น มันได้ลดลงไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเสน่ห์ต่างๆ

แต่มันก็อาจจะเพียงน้อยนิดที่คนบางคนจะรู้สึกได้ แต่ก็ไม่สามารถพูดได้เต็มปากว่ามนต์เสน่ห์ที่ลดลงไปนี้เกิดจากการที่เปลี่ยนผู้กำกับ หรือเป็นเพราะว่าเราเริ่มคุ้นชิน กับลูกของซีรีย์เรื่องนี้จนรู้สึกว่ามันไม่แปลกตา หรือเพราะว่าการเล่าเรื่องนั้นมันเปลี่ยนไปหรือเพราะว่าการเล่าเรื่องนั้นมันเปลี่ยนไป หรือเพราะว่าการเล่าเรื่องตามสมัยที่เปลี่ยนไปเราก็ยังไม่แน่ชัด เพราะต่างคนต่างก็รู้สึกคนละแบบ

แต่ถ้าเรามองในอีกแง่มุมนึง ก็อาจจะเป็นเพราะว่าผู้อำนวยการสร้าง ซีรี่ย์ เวนส์เดย์ เรื่องนี้แล้วเลือกคนที่มากำกับแล้วอย่างทีมเบอร์ตันให้มาเปิดโลกแฟนตาซีที่แปลกใหม่และมีเสน่ห์ในช่วงแรกและในช่วงหลังให้ มอนเทียโร มาใส่รสชาติของความสัมพันธ์ที่แสนว้าวุ่นระหว่างความรักวัยรุ่นกับเพื่อนสาวส่วนในตอนท้ายนั้น ก็ให้มาแชลมากำกับในส่วนของความเข้มข้น ที่เพิ่มขึ้นและเพิ่มความดุดันลงไปในบทสรุปของตอนท้าย

ถ้าเราคิดแบบนี้มันก็จะถือว่าเป็นข้อดีอยู่ แต่เอาตรงๆความรู้สึกข้างในก็ยังรู้สึกเสียดายเสน่ห์ที่โดดเด่นของซีรี่ย์ที่  ทิม เบอร์ตัน ได้เคยทำให้มันดีเอาไว้แต่มันลดลงไปสักหน่อย หลังจากที่เขาเรื่องกำกับหลังจาก 4 ตอนแรก ถือว่าการ ดูหนังออนไลน์ ในครั้งนี้ทำให้เราสนุกได้อย่างแท้จริง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *